ต้องให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากวิธีใช้เครื่องสำอาง

– ต้องศึกษาวิธีใช้อย่างละเอียด เพื่อที่จะได้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า และปลอดภัย ว่าควรใช้ในปริมาณเท่าใด กี่ครั้งต่อวัน ใช้ที่จุดไหนของร่างกาย เพื่อให้ใช้ได้ถูกต้อง เช่น ครีมบำรุงผิวหน้าบางชนิดต้องใช้ทาก่อนนอน เพื่อมิให้ถูกแสงแดด เพราะแสงแดดอาจกระตุ้นให้เกิดอาการข้างเคียง ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้น หากไม่ศึกษาวิธีใช้ให้ถี่ถ้วน ทาครีมนี้ตามความพอใจ หากทาตอนกลางวันแล้วถูกแสงแดด ก็อาจจะกลับกลายเป็นผลเสีย เพราะใช้ไม่ถูกวิธีนั่นเอง – สำหรับคนที่แพ้ง่าย แนะนำว่า ควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งเครื่องสำอางหลายยี่ห้อจากต่างประเทศ จะมีระบุชัดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ว่า “Alcohol Free” แปลว่าในเครื่องสำอางชิ้นนั้นปราศจากแอลกอฮฮล์ แต่เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีแจ้งแบบนี้

เคล็ดลับดูแลดวงตากับวิธีการเลือครีมบำรุงรอบดวงตา

1.) นวดรอบดวงตา คุณสามารถกดนวดรอบดวงตาช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ด้วยตัวเอง เริ่มต้นด้วยการหลับตาแล้วใช้นิ้วนางกดใต้ดวงตา ไล่จากใต้ตาด้านในไปด้านนอก ค่อยๆ ไล่กดไปเรื่อยๆค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีต่อการกดแต่ละตำแหน่งทำอย่างนี้ต่อเนื่องประมาณ 15 นาทีทุกวัน จะช่วยในเรื่องการไหลเวียนเลือดได้ดี ประโยชน์ของการนวดแบบนี้คือช่วยขับน้ำหล่อเลี้ยงลูกนัยต์ตาให้ออกมาเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้ดวงตาผ่อนคลายจากการใช้สายตาเพ่งมองสิ่งต่างๆเป็นเวลานาน และช่วยลดปัญหาการเกิดถุงใต้ตาหรือปัญหาขอบตาดำคล้ำจากการอดนอนอีกด้วย 2.) ใช้ครีมบำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำจะทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ดวงตาแลดูชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้านหรือเห็นริ้วรอยได้ชัด ส่วนการนวดหรือการพอกหน้านอกจากจะเป็นวิธีที่ทำให้ผิวหน้าเนียนแล้ว ยังมีผลพลอยได้คือช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงใต้ดวงตามากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาเพราะจะทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวเหี่ยวย่นได้ง่าย 3.) ใช้มอยส์เจอไรเซอร์และซันสกรีน ยิ่งถ้าหากคุณมักจะมีรอยคล้ำใต้ตาเกิดขึ้นบ่อยๆ คุณยิ่งต้องใช้เพราะเป็นการช่วยปกป้องและให้ความชุ่มชื่นกับรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน และเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ควรเลือกแบบที่อ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตาด้วย เพราะเป็นบริเวณที่ค่อยข้างบอบบางมาก 4.) น้ำเย็นล้างตาน้ำเย็นล้างตาหรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นพอหมาดๆวางปิดไว้ที่รอบๆ ดวงตาทั้งสองข้าง จะช่วยให้ดวงตาที่เมื่อยล้าสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 5.)น้ำผึ้งผสมน้ำแร่อุ่นน้ำผึ้งผสมน้ำแร่อุ่น ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชากับน้ำแร่อุ่นๆในปริมาณที่เท่ากัน แล้วใช้สำลีจุ่มและโปะไว้รอบๆดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีทำแบบนี้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง 6.) ช้อนชงกาแฟอุ่นก็ช่วยได้ ช้อนกาแฟที่คุณใช้คนชาหรือกาแฟสามารถนำมาประคบดวงตาได้ โดยเช็ดช้อนให้แห้ง รอให้ช้อนอุ่นแล้วค่อยนำมาแตะบริเวณรอบๆดวงตาทั้งสองข้าง… Read more“เคล็ดลับดูแลดวงตากับวิธีการเลือครีมบำรุงรอบดวงตา”

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครๆก็เป็นกันได้

หากเกิดสิวขึ้นให้ใจเย็น ต้องเข้าใจว่าสิวเกิดได้กับทุกคน แม้แต่แพทย์ผิวหนังก็มีสิวได้ การเลี่ยงปัจจัยการเกิดสิวสามารถช่วยลดสิวได้ เช่น งดการแต่งหน้าหรือเปลี่ยนจากแป้งผสมรองพื้นเป็นแป้งไม่ผสมรองพื้น อย่างไรก็ตาม แป้งเป็นแร่เนื้อละเอียดซึ่งก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้ไม่เว้นแม้แต่แป้งเด็ก การทาแป้งจึงควรเว้น อาจมีข้อสงสัยว่าเด็กที่ทาแป้งแต่ทำไมไม่เป็นสิว คำตอบคือผิวเด็กละเอียด รูขุมขนของผิวเด็กไม่ใหญ่เหมือนรูขุมขนของผู้ใหญ่และไม่ขับน้ำมันมากแบบผู้ใหญ่ จึงทำให้ไม่ก่อให้เกิดสิวในเด็ก แต่ก็พบว่าเด็กจำนวนมากทาแป้งแล้วเกิดรูขุมขนอุดตัน ไม่ทาครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ในช่วงที่เป็นสิวหากเลี่ยงการแต่งหน้าได้จะดีมาก แต่ปัจจัยบางอย่างก็ไม่สามารถเลี่ยงได้ คือ ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน จากการมีประจำเดือนซึ่งจะพบว่าก่อนมีรอบเดือน 2-7 วันมักจะมีสิว หรือฮอร์โมนเพศชายก็ทำให้เกิดสิวได้ สำหรับเพศหญิงที่มีฮอร์โมนผิดปกติอาจจะรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด คือรับประทานยาลดฮอร์โมน แต่ในเพศชายจะไม่ให้รับประทานยาลดฮอร์โมนเพราะจะทำให้ร่างกายผิดปกติ สิ่งที่ควรทำคือปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวไว้และต้องให้เวลากับการรักษา สิวเกิดขึ้นจะให้หายไปในวันเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวัฏจักรของสิว คืออุดตัน ติดเชื้อ สิวแตก หัวสิวหลุด แล้วก็แห้งไป แต่หากมีสิวมากก็ใช้เวลามากการเร่งให้สิวหายเร็วโดยการฉีดยาสเตียรอยด์อาจช่วยให้สิวยุบภายในคืนเดียว แต่รอยสิวก็ใช้เวลานานกว่าจะหาย เมื่อเป็นสิวแล้วอย่าเพิ่มความเครียดให้เป็นสาเหตุของสิวเพิ่มอีก ทำใจให้สบาย คิดว่ามันเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอายถึงกลับไม่กล้าออกจากบ้าน หรือคิดจะฆ่าตัวตาย ควรคิดในแง่บวกว่า เป็นสิวก็แสดงว่าเรายังไม่แก่ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่หรือถ่ายรูปตอนเป็นสิวเก็บไว้… Read more“สิวเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครๆก็เป็นกันได้”